Websites อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง  
 
  Select Language • Chinese • English • Thai
บทความ
 

ความเมตตา กรุณา ปราณี ควรจะมี ต่อชีวิต สัตว์ทุกตัว

 

พระพุทธองค์ ทรงสอนให้ ใจเมตตา

เกิดเป็นสัตว์ มีแต่กรรม ถูกจำจอง

อาหารนี้ ไร้ชีวิต ที่ปลิดฆ่า

หยุดกรรมกิน หยุดกรรมฆ่า หยุดทารุณ

พุทธองค์ ทรงตรัส บัญญัติว่า

จำนงเจตน์   เมตตาใฝ่  ในครรลอง       

 

อย่าเข่นฆ่า ทำลายเขา ให้เศร้าหมอง

คนยังจ้อง  แดก-ดุ-ด่า ฆ่าดับจุล

ด้วยเมตตา ไม่ก่อกรรม บุญนำหนุน

สรรพสัตว์ ขอขอบคุณ คุณคุ้มครอง

ปาณาติบาตา ไม่ฆ่าสัตว์ ตัดชีพผอง

พึงมุ่งมอง  ต้องไม่ฆ่า มังสา -ต้องงดกิน

 
     


โภชนาการแบบพอเพียง

 

รู้จักเหตุ รู้จักผล ตนประมาณ
    
รู้ประจักษ์ รู้จักพอ จึงจะดี
                       
รู้จักกิน เก็บพอใช้ ไม่โลภจิต   
        

ไม่กินจน  ทนอ้วนโต  แล้วจึงพอ 
    

จงรู้จัก ความพอใจ ในสิ่งได้                    

ให้ผู้อื่น พอใจด้วย จึงจะดี     

 

รู้จักการ พอให้ดี มีสุขี

มิใช่ที่ ได้ดีแล้ว จึงจะพอ

ไม่ครุ่นคิด กิน-เกียรติ-กาม ตามใจขอ

ไม่นานรอ  ชีวิตซ้ำ  โรคย่ำยี

อย่าขยาย ความพอใจ ให้เต็มที่

ต่างก็มี ชีวิตสุข ไร้ทุกข์เอย

 
     

 

อาหารเจกับมังสวิรัติต่างกันอย่างไร


เริ่มจากความเหมือนก่อนหละกัน อาหารเจ และอาหารมังสวิรัติ เป็นอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ ส่วนความแตกต่าง มีรายละเอียดดังนี้ อาหารเจ นอกจากไม่มีเนื้อสัตว์แล้ว ยังมีข้อห้ามว่าต้องไม่มีหอม กระเทียม ต้นกุยช่าย ผักชี และ เครื่องเทศที่เผ็ดร้อน เพราะถือว่าอาหารดังกล่าว ทำให้เกิดกำหนัด วัตถุดิบที่เป็นหลักในการประกอบอาหารเจ คือ แป้ง เต้าหู้ ซีอิ้ว ถั่วเหลือง ถั่วต่างๆ และผักนานาชนิดยกเว้นผักที่กล่าวมาแล้ว นอกจากนี้ผู้กินเจที่เคร่งครัด น้ำมันพืชที่ใช้ต้องบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ จะไม่ใช้น้ำมันพืชสูตรผสม เช่น น้ำมันรำข้าวปนน้ำมันถั่วเหลือง ภาชนะที่ ใส่อาหารเจก็ต้องเตรียมไว้เป็นพิเศษ ไม่ใช้ปะปนกับภาชนะที่ใส่เนื้อสัตว์ อาหารเจจะกินกันในระหว่างเทศกาลกินเจ คือช่วงระหว่างวันขึ้น 1-9 ค่ำเดือน 9 (ตามปฏิทินจีนราวเดือนตุลาคม) ระยะเวลาประมาณ 10 วัน หรือกินในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ผู้ที่กินเจเชื่อว่าการกินเจเป็นการได้บุญ จะส่งผลให้ชีวิตประสบความสุขความเจริญ ทั้งเป็นการต่อชีวิตให้ยืนยาวต่อไป

ส่วนอาหารมังสวิรัติ โดยรูปศัพท์หมายถึงการงดเว้นเนื้อสัตว์ (มังสะ=เนื้อสัตว์, วิรัติ=การงดเว้น) ภาษาอังกฤษเรียกว่า Vegetarian
ผู้บริโภคอาหารมังสวิรัติมีสองกลุ่ม กลุ่มแรก ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ แต่ยังบริโภคไข่และนม กลุ่มที่สอง ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ รวมทั้งไม่บริโภคไข่ และนมด้วย

อาหารมังสวิรัติงดเนื้อสัตว์เหมือนกับอาหารเจ รวมทั้งเครื่องปรุงรสที่ทำมาจากสัตว์ เช่น กะปิ น้ำปลา แต่ต่างกับอาหารเจตรงที่ไม่ห้าม บริโภคกระเทียม หัวหอม ต้นกุยช่าย หรือผักที่มีกลิ่นแรงตลอดจนเครื่องเทศที่เผ็ดร้อน อาหารมังสวิรัติสามารถบริโภคได้ทั้งปี ไม่มีเทศกาลเหมือน อาหารเจ ผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติเชื่อว่าจะทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง เพราะได้งดเนื้อสัตว์ซึ่งมีไขมันและสารอื่นๆ มากมาย นอกจากนั้นยังมี ประโยชน์ต่อจิตใจเพราะไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ทั้งหลาย

1. เจ เป็นอาหารที่ปรุงโดยปราศจาก เนื้อสัตว์และไม่มีส่วนประกอบจากสัตว์ไม่ว่าจะเป็นไข่ นม เนย และงดผักฉุนดังนี้... ผักชี กระเทียม หัวหอมทุกชนิด หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบและของเสพติด เพราะเชื่อว่าผักเหล่านี้มีรสหนัก กลิ่นแรงทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย กระเทียม นั้นมีผลทำลายธาตุไฟทำให้หัวใจทำงานไม่ปกติ, หัวหอมทำลายธาตุน้ำ ส่งผลต่อการทำงานที่ไต, หลักเกียว ทำลายธาตุดิน ส่งผลต่อม้าม, กุยช่ายทำลายธาตุไม้ ส่งผลต่อตับ และใบยาสูบ ทำลายธาตุโลหะ (ทอง) ส่งผลที่ปอด
2. มังสวิรัติแบบเคร่งครัด (Vegan) ไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิด และไม่กินผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ แต่ไม่ห้ามเรื่องผัก
3. มังสวิรัติประเภทดื่มนม(Lacto-Vegetarian) ไม่ทานเนื้อสัตว์และไข่แต่กินพืชผัก และ นมทางอินเดียตอนใต้จะเป็นมังสวิรัต
พวกนี้เยอะ
4. มังสวิรัติประเภทดื่มนมและกินไข่ (Lacto-ovo Vegetarian) ไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิด แต่กินพืชผักต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์จากนม
และไข่
5. กึ่งมังสวิรัติ (Lacto-ovo-peso Vegetarian) งดการกินเนื้อแดง แต่ยังกินเนื้อไก่ ปลา พืชผักต่าง ๆ ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม


อายุยืนขึ้นด้วยผลไม้สด 

คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าผลไม้สดๆ นั้นดีที่สุดสำหรับสุขภาพ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีหลายคนที่ละเลยกับการกินผลไม้ในชีวิตประจำวัน ฉะนั้น จึงมาช่วยกันย้ำอีกทีถึงความสำคัญของอาหารประเภทนี้ วารสารการแพทย์ของอังกฤษ ได้รายงานผลการศึกษาในระยะเวลากว่า 17 ปีว่า  ผู้ที่รับ ประทานผลไม้สดเป็นประจำทุกวันมีอัตราการเสียชีวิต เนื่องจากเกิดภาวะเส้นโลหิตในสมองแตกลดลงถึงร้อยละ 32 เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ รับประทานทุกวัน ขณะที่อัตราการเสียชีวิตอันเกิดจากภาวะหัวใจวายลดลงร้อยละ24 และ อัตราการเสียชีวิตจากโรคอื่นๆ ลดลงร้อยละ 21 นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่แสดงอีกว่า ผลไม้สดสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ ดีอย่างนี้คุณจะทำเฉย ไม่รับประทานผลไม้อีกได้อย่างไร ข้อมูลจาก นิตยสาร ขวัญเรือน

แกงเลียงมังสวิรัติ 
ขอขอบคุณ : CHIVA-SOM INTERNATIONAL HEALTH RESORTS CO.,LTD.


แกงเลียงสูตรมังสวิรัตินี้ เราบรรจงสรรมาเพื่อคุณ ด้วยเห็นว่าเป็นสูตรสุขภาพโดยแท้ของชีวาศรม พรั่งพร้อมไปด้วยพืชผักท้องถิ่นไทย ปราศ จากเนื้อสัตว์ใดๆ   จึงเป็นอาหารมังสวิรัติเต็มภาคภูมิ รับรองรสชาติต้องลิ้น เพราะเน้นน้ำซุปที่นำมาปรุงแกงเลียง เลี่ยงการใช้น้ำสต็อกไก่ มาใช้น้ำ สต็อกผักรสชาติกลมกล่อมไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน แกงเลียงได้ชื่อว่าเป็นอาหารบำบัดท้องไส้ เพราะผักต่างๆ ที่นำมาปรุงก็ล้วนมีคุณประโยชน์ทางยา อย่างใบแมงลักที่พูดถึงไปพอควรในฉบับที่แล้วที่ช่วยขับลม ขับเหงื่อ ขับเสมหะ แก้ท้องอืด แก้ปวดท้อง ช่วยระบาย สรรพคุณใกล้เคียงกระชาย พริกไทดำ และหัวหอม ซึ่งในกระชายก็มีแคลเซียม วิตามินเอเช่นเดียวกับในฟักทอง   ฟักทองนี้ให้คุณค่าอาหารสูงเพราะมีสารอาหารหลายชนิด ในเนื้อสีเหลืองของฟักทองสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ในร่างกาย ยังประกอบด้วยแป้ง โปรตีน วิตามินซี ไขมัน ฟอสฟอรัส และเหล็ก

สูตรนี้สำหรับ 4 ที่
ส่วนผสม / เครื่องปรุง
กระชาย 1 ช้อนโต๊ะ, มิโซ 1 ช้อนชา, หัวหอม 3 หัว, พริกไทดำป่น 1 ช้อนชา, เห็ดนางฟ้า 1/2 ถ้วย, ข้าวโพดอ่อนลวก 1 ถ้วย,
ฟักทอง 1 ถ้วย, บวบ 1 ถ้วย, น้ำสต็อกผัก 1 ลิตร, ใบแมงลัก 1/2 ถ้วย, ซีอิ้ว

วิธีทำ :
1. ตำพริกไทดำ กระชาย หัวหอม และมิโซเข้าด้วยกันพอหยาบๆ หรือบด ด้วยเครื่องบดปั่นอาหารก็ได้ แล้วนำไปต้มกับน้ำสต็อกผักในหม้อ
2. หั่นฟักทองให้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หั่นข้าวโพดอ่อน และเห็ดฟางให้ได้ขนาดเท่าๆ กัน
3. ตั้งน้ำสต็อกผักจนเดือด ใส่ฟักทอง ข้าวโพด กระทั่งสุกได้ที เติมบวบ และเห็ดฟาง ต้มต่อจนได้ที่ปรุงรสด้วยซีอิ้วตามชอบ ตักใส่ชาม
โรยหน้าด้วยใบแมงลัก

  

น้ำสต็อกผัก 1 ลิตร
ส่วนผสม / เครื่องปรุง
มะเขือเทศ 4 ผล, กะหล่ำปลี 1/4 ลูก, คื่นช่าย 2 ต้น, หัวหอมใหญ่ 2 หัว, แครอท 2 หัว, น้ำเปล่า 1 ลิตร

วิธีทำ :
ต้มส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วกรองเอาแต่น้ำ

เทคนิค
น้ำสต็อกจะให้รสชาติหวานน้ำผักในตัวอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเติมเกลือ หรือเครื่องปรุงใดๆ ลงไป น้ำสต็อกผักนี้ควรจะใช้ให้หมดใน 1 วัน หรืออย่างมากไม่ควรเกิน 2 วัน โดยเก็บใส่ช้องแช่แข็ง

สามารถใช้น้ำสต็อกผักนี้มาปรุงอาหารต่างๆ ได้มากมาย โดยเฉพาะใช้แทนน้ำมัน เช่นใช้ทอดไข่ดาวแทนน้ำมัน ผัดผัก ฯลฯ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเลี่ยงอาหารที่ใช้ไขมัน

 

อิสราเอล กำลังศึกษาวิจัยคุณประโยชน์ของกระเทียมกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยเฉพาะ สารเคมีในตัวกระเทียมที่มีฤทธิ์ปกป้องตัวมันเอง จากแมลงศัตรูพืช เชื้อรา และแบคทีเรียในดิน ซึ่งถ้าไขปริศนาความลึกลับนี้ได้ อาจจะพัฒนาเป็นยารักษาโรคที่มีประสิทธิภาพสูงในอนาคต

นาย เดวิด มิเรลแมน นักชีวเคมีจากสถาบัน ไวซ์มานน์ ในประเทศ อิสราเอล พร้อมด้วยคณะนักวิจัยอีก ๔ คน ทำการโคลน หรือ ลอกแบบ พันธุกรรมของสารที่ชื่อว่า อัลลิซีน และมาผ่านกรรมวิธีทำให้โมเลกุลของสารชนิดนี้ ที่มีความอ่อนไหวปรวนแปรง่ายให้อยู่นิ่ง ๆ ด้วยเชื่อว่า ถ้าเรา สามารถควบคุมได้ก็จะมีผลต่อการกำหนดคุณลักษณะของกระเทียมให้ดี หรือ เลว ผลการทดลอง

พบว่า สารอัลลิซีนมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันความดันโลหิตสูง สามารถรักษาเบาหวาน รักษาอาการท้องร่วง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และสามารถทำลายเซลมะเร็งได้ จากการทดลองกับหนูในห้องทดลอง พบว่า กระเทียมช่วยไม่ให้น้ำหนักของพวกมันมากเกินไป และอาจจะทำให้ น้ำหนักลดลงได้ด้วย คณะแพทย์จากโรงพยาบาลเทล ฮาโชเมอร์ ในอิสราเอล ใช้สาร อัลลิซีน ทดลองกับหนู เพื่อรวบรวมข้อมูลว่า กระเทียม สามารถลดความดันโลหิตสูง ป้องกันเบาหวาน และโรคหัวใจได้หรือไม่ ผลการทดลองให้ผลน่าพอใจ อัลลิซีนสามารถทำลายสิ่งที่จะทำให้ เส้นเลือดอุดตัน ลดอาการของเบาหวาน และทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลงมาได้ นักวิจัยได้ให้หนูทดลองกินน้ำตาลฟรุคโตสเป็นเวลา 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงให้สาร อัลลิซีน เข้าไปในหนู ปรากฎว่า ระดับน้ำตาลฟรุคโตสในตัวของพวกมันลดลงมาสู่ระดับปกติภายในเวลา 2 สัปดาห์


แม้สาร อัลลิซีน มีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อเสีย คือ มันทำลายเซลของสิ่งมีชีวิตด้วย สิ่งนี้ทำให้นักวิจัยต้องคิดหนัก และพยายามพัฒนาการ รักษามะเร็งโดยมุ่งตรงไปที่เนื้อร้ายชนิดนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเชื่อว่า คงต้องการเวลาอีกประมาณ 10 ปี จะมียาที่สกัดจากกระเทียมที่ใช้รักษามะเร็ง เต้านม และมะเร็งชนิดอื่น ๆ ได้


โภชนาการและนักมังสวิรัติ   (Nutrition and Vegetarians)
โดย ศ. เกียรติคุณ ดร. ไมตรี สุทธจิตต์  ,สำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา


ถ้าต้นไม้ใดมีรากและลำต้นที่แข็งแรงดี ต้นไม้นั้นจะเติบโตโดยไม่เป็นโรค ไม่มีศัตรูมาทำร้ายได้ง่าย คนเราก็เหมือนกัน จะไม่เป็นป่วยเป็นโรคได้ง่าย ถ้าเรามีรากฐานของสุขภาพของชีวิตที่ดี   การบริโภคแบบมังสวิรัติ คือคือวิธีหนึ่งในการเสริมlสร้างรากฐาน ของการมีสุขภาพที่ดีได้ อาหารมังสวิรัติที่ถูกต้องควรประกอบ ด้วยพืช ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว งา เห็ด และพืชอื่นๆ  ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งทางตรงและทางอ้อม   นักโภชนาการแนะนำให้กินผักผลไม้เพื่อเสริมสุขภาพ เพราะว่าผักผลไม้ มีสารอาหาร พวก คาร์โบไฮเดรต-น้ำตาล ไขมัน โปรตีน ไวตามิน เกลือแร่ เพื่อบำรุงร่างกาย และแถมด้วยเส้นใยอาหาร และ "สารเคมีในพืช" หรือ “พฤกษาเคมี”(phytochemicals) หรือ "สารผัก"  นักวิทยาศาสตร์พบว่ามีสารสำคัญในพืชผักมากกว่า 12,000 ชนิดแตกต่างกันใน แต่ละพืช    มีสี กลิ่น หรือรสชาติที่เป็นลักษณะ ฉพาะตัว  สารหลายชนิดที่มีฤทธิ์ยาซึ่งต่อต้านหรือป้องกันโรคบางชนิดได้ ช่วยให้เอนไซม์ในตับบางกลุ่มทำงานได้ดีขึ้น คือ ให้ทำหน้าที่ทำลาย-ขับล้างสารพิษ สารก่อมะเร็ง ออกจากร่างกายทางน้ำดีและปัสสาวะได้ด้วย

สารอาหาร-ยามีมากมาย ได้แก่ ซัลโฟราเฟน(sulforaphen)  สารฟลาโวนอยด์(flavonoids) สารต่อต้านฮอร์โมนเอสโตรเจน (antiestro- gen) ซึ่งเร่งการเกิดก้อนมะเร็ง แอนติออกซิแดนท์(Antioxidants) ได้แก่ ไวตามิน ซี  ไวตามิน อี เบต้าคาโรทีน ไบโอฟลาโวนอยด์ ไลโคปีน  แอนโธซัยยาดินิน  และแร่ธาตุบางชนิด เช่น สังกะสี และเซเลเนียม สารเหล่านี้ มักมีรสเปรี้ยว รสฝาด เช่นสารในมะขามป้อม ฝรั่งและยอดผัก พื้นบ้านทั้งหลาย มันป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดชันหรือต้านฤทธิ์ของอนุมูลอิสระหรือของสารพิษที่เกิดทั้งภายในร่างกายและมาจากภาย นอกร่างกาย ได้ ทำให้ป้องกันการเสื่อมสภาพของร่างกาย การแก่ การเกิดโรคแทบทุกชนิด รวมทั้งโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน การอักเสบ โรคภูมิแพ้ ฯลฯ

ตัวอย่าง แอนติออกซิแดนท์ เช่น "เจนิสทีน" (genistein)  ในถั่วเหลือง  สาร "อินโดล" (indoles) ที่พบมากในพืชกลุ่มกะหล่ำ สาร "ซาโปนิน" (saponins) ในถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วต่างๆ “ไลโคปีน” (lycopene) "กรดพี-คูมาริค" (p-coumaric acid), "กรดโคโรเจนิก" (corogenic acid) ที่พบในมะเขือเทศสีแดง อัลลิซิน (allicin) ในกระเทียม

พืชผักผลไม้มีสารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย   เช่น สารอาหาร สารต่อต้านมะเร็ง สารยับยั้งการก่อมะเร็ง แอนติ-ออกซิแดนท์ สารต้านพิษ สารขับล้างพิษ  แอนติเอสโตรเจน  ปรีไบโอติก สารเสริมภูมิคุ้มกัน ฯลฯ  การรับประทานอาหาร มังสวิรัติ หรือโภชนาการที่มีอาหารประกอบด้วยพืชผักผลไม้เป็นประจำ จะทำให้เราได้รับสารเคมี ที่เป็นสารอาหารและสารยาก่อ ประโยชน์ต่อ สุขภาพหลายด้าน ให้ภูมิคุ้มกันต่อโรค  ต่อความเสื่อมสภาพของร่างกาย  ถ้าสุขภาพแข็งแรง ดี และไม่เจ็บป่วย  ประหยัดด้าน เศรษฐกิจ ไม่จำเป็นต้องซื้อยาแพงๆ และมีฤทธิ์แทรกซ้อนด้วยมากิน หรือไม่ต้องไปหาหมอโดยไม่จำเป็นอีก นี่แหละคือ อานิสงค์ ของการบริโภคแบบมังสวิรัติ จะเสริมlสร้างรากฐานของการมีสุขภาพที่ดีตลอดชีวิต

 

 


น้ำตาลและโรคเบาหวานกับโรคหัวใจขาดเลือด


คนส่วนใหญ่มักคิดว่าไขมันและโคเลสเตอรอล เป็นสาเหตุของโรคหัวใจหลอดเลือด  ที่จริงแล้ว ไขมันยังร้ายน้อยกว่า น้ำตาลและภาวะ โรคเบาหวาน  ผู้ป่วยไขมัน ในเลือดสูงไม่จำเป็นต้องเป็นโรคหัวใจขาดเลือดทุกราย แต่หากเป็นเบาหวานแล้ว รับรองได้ว่าหากไม่ ดูแลให้ดี หรือ แม้แต่ดูแลอย่างดีแล้ว ก็ยังมีโอกาสเกิด โรคหัวใจขาดเลือดในอัตราที่สูงมาก เบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงที่น่ากลัว อย่างหนึ่งสำหรับโรคหัวใจขาด เลือดครับ

โรคเบาหวานเป็นความผิดปกติของ ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 80-100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร(มก.%)  หลังงดอาหาร 6 ชั่วโมงแล้ว เนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในร่างกายไปใช้ได้อย่างเต็มที่  สาเหตุเนื่องจากขาดฮอร์โมน อินซูลิน หรือ ไม่ขาดฮอร์โมน แต่ร่างกายไม่ ตอบสนองต่อฮอร์โมนตัวนี้  ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงกว่า 126 มก.%)  เกิดภาวะ "โรคเบาหวาน"  ระดับน้ำตาลที่สูงนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ เกิดปัญหาต่างๆ คือ น้ำตาลเป็นตัวการเร่งให้เกิดการเสื่อม ของหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย ทั้งหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงสมอง หัวใจ ตา ไต แขน-ขา  หลอดเลือดแดงเล็กๆที่เลี้ยง ปลายประสาทอีกด้วย ทำให้เกิดการตีบตันของหลอดเลือดแดงเหล่านี้ ดังนั้น "โรคเบาหวาน" เป็นปัจจัย เสี่ยงที่สำคัญต่อ โรคทางสมอง อัมพาต โรคระบบประสาท โรคหัวใจ โรคไต  และโรคต้อกระจกตา แม้กระทั่งโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ด้วย


ผู้ป่วยเบาหวานอาจเป็นโรคหัวใจได้ใน 2 ลักษณะ คือ เมื่อหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงหัวใจเสื่อมจากเบาหวาน ร่วมกับการที่มีไขมัน ในเลือดสูง ก็จะทำให้เกิด การตีบของหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดและหากอุดตันก็จะเกิดกล้าม เนื้อหัวใจตาย ตามมา นอกจากนั้นแล้ว พบว่าในผู้ป่วยเบาหวาน บางราย กล้ามเนื้อหัวใจทำงานน้อยกว่าปกติ บีบตัวน้อย กว่าปกติมาก แต่หลอดเลือด เลี้ยงหัวใจไม่ได้ตีบตัน กลุ่มนี้เชื่อว่าเกิดจากหลอดเลือดฝอยเล็กๆที่ เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ จากเบาหวาน เราเรียกกลุ่มนี้ว่าโรคหัวใจ เนื่องจากภาวะเบาหวาน (diabetic cardiomyopathy) ซึ่งยากต่อการรักษา การรักษาที่ดีที่สุดของกลุ่ม หลังนี้คือการผ่าตัด เปลี่ยนหัวใจ


ป่วยเบาหวานที่มีโรคหัวใจขาดเลือดหลายราย ไม่แสดงอาการ ผิดปกติทางหัวใจนำมาก่อน เช่น เจ็บหน้าอก เหมือนผู้ป่วยโรค หัวใจทั่วๆไป บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยเหล่านี้แสดงอาการของโรคหัวใจ ครั้งแรกด้วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือ หัวใจล้มเหลว โดย ไม่เคยมีอาการเจ็บ หน้าอกมาก่อนเลย ทำให้แพทย์ให้การวินิจฉัยโรค ช้ากว่าปกติ ซึ่งแน่นอนว่าการวินิจฉัยล่าช้าย่อมมีผลเสียต่อการพยากรณ์โรค ในระยะยาวด้วย

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
1. จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากตลอดเวลา เพื่อหวังว่าจะช่วยชะลอการเสื่อมของ หลอด เลือดแดงทั่วร่างกาย
2. การดูระดับน้ำตาล ไม่ได้อาศัยเพียงการเจาะเลือดก่อนอาหารเช้าเท่านั้น ควรจะต้องดูละเอียดไปจนถึงระดับน้ำตาลหลังอาหาร และ ค่าน้ำตาลเฉลี่ยในรอบ 3 เดือน โดยดูจากน้ำตาลที่เกาะบนเม็ดเลือดแดงด้วย (Hemoglobin A1C)
3. หากมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆสำหรับโรคหัวใจก็ต้องควบคุมเป็นอย่างดีด้วย เช่น งดบุหรี่ ควบคุมความดันโลหิตให้ปกติ (น้อยกว่า 130/80 มม.ปรอท) ควบคุม ไขมันโคเลสเตอรอลให้น้อยกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือแอล-ดี-แอล โคเลสเตอรอล ให้น้อยกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร เป็นต้น ซึ่งหมายความ ว่าจำเป็นต้องใช้ยาลดไขมันในเลือดร่วมด้วย
4. ลดน้ำหนัก และ ออกกำลังกายแบบแอโรบิคอย่างสม่ำเสมอ การลดน้ำหนักจะช่วยให้ร่างกายไวต่อฮอร์โมนอินซูลิน
5. จำเป็นต้องตรวจปัสสาวะ ดูการทำงานของไต ตรวจตาโดยจักษุแพทย์ ตรวจอัลตราซาวน์ดูนิ่วในถุงน้ำดีด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็น ปัญหาในอนาคต
6. เมื่ออายุมากขึ้น ควรตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยละเอียด คือ อัลตราซาวน์หัวใจ (echcardiogram) และ การเดินสายพาน เนื่องจาก บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยไม่แสดงอาการจนเป็นมากแล้ว
7. อย่าลังเลหากแพทย์แนะนำให้ท่านรักษาด้วยการฉีดยา(ฮอร์โมนอินซูลิน) หรือรับประทานยาลดความดันโลหิต ยาลดไขมันในเลือด เพราะ จะเป็นผลดีต่อ ท่านในระยะยาว ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า


หากท่านเกิดปัญหาแทรกซ้อนต่างๆจากเบาหวานขึ้นแล้ว เช่น ไตวาย หัวใจขาดเลือด อัมพาต ตามองไม่เห็น สิ่งเหล่านี้ หาก เกิดขึ้นแล้วก็ไม่สามารถแก้ไข ให้กลับมาดีเหมือนเดิมได้ ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แม้ว่าเรายังไม่สามารถ ป้องกันโรค แทรกจากเบาหวานได้ 100 % แต่เราก็อาจชะลอ หรือ ลดความรุนแรงของ โรคแทรกเหล่านี้ลงได้ แม้เป็น เบาหวาน ท่านก็อาจมี ชีวิตปกติสุขได้

 

 

>> Top
 

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม  website ของเรา  
ข้อมูลใหม่ล่าสุดจะมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง    กรุณามาเยี่ยมชมอีกครั้งในโอกาสต่อไป

 
 

ไต้หวัน โดยสังเขป l เมืองเกาส่ง โดยสังเขป l เกี่ยวกับAVC l คำเชิญชวนจากผู้นำ l โปรแกรม AVC lll l ลงทะเบียน/ที่พัก l สถานที่จัดงาน AVC lll l ประโยคและคำศัพท์ภาษาจีนกลาง l บทความ
 
 
 

ข้อมูล หรือรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
คุณลินดาร์ อนวัชการ

มูลนิธิเทียนฝอธรรมสถาน
138/90 อาคารจูเวลเลอรี่ เซ็นเตอร์ ชั้น 24 A ถนนนเรศ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
Tel. (02) 266-6901-6 Fax. (02) 266-6907 Website :www.tianfoor.com E-mail : thirdavc_taiwan@tianfoor.com

 
 
Web Link :   www.bgjd.org.tw
www.ivu.org