Websites อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง  
 
  Select Language • Chinese • English • Thai

ข้อมูลโดยสังเขปของ เมืองเกาสง

เกาสง เป็นเมืองใหญ่ที่สุดอันดับสองของไต้หวัน และเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิต การกลั่นน้ำมัน การขนส่ง  และเป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญ  เกาสงเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการต่อเรือของไต้หวันเพราะท่าเรือของเกาสงเป็น 1 ใน 4 ของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลก   เกาสงยังเป็นเมืองที่สวยงามและมีชื่อเสียงในด้านทิวทัศน์ที่งดงามและเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว

ภูมิประเทศ
เกาสง ตั้งอยู่ทางชายฝั่งด้านทิศใตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวันโดยหันไปทางช่องแคบไต้หวัน มีภูมิอากาศแบบเขตร้อน อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 30 C ในช่วงฤดูร้อน (พ.ค.– ก.ย.) และ 10 C ในช่วงฤดูหนาว (ธ.ค.– ก.พ.)   ตัวเมืองแบ่งพื้นที่โดยกว้างออกเป็น 3 บริเวณใหญ่ ๆ คือ  เขตตัวเมืองเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความงดงามของทัศนียภาพที่มีเสน่ห์ ตั้งอยู่ทางด้านตะวัน

ตกของแม่น้ำแห่งความรัก เขตธุรกิจของตัวเมืองใหม่ ซึ่งรวมตัวกันอยู่บริเวณรอบ ๆ ท่าเรือเกาสง และ อยู่ทางด้านตะวันออกของ
แม่น้ำ  เขตสุดท้ายคือ เขตชานเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่พักอาศัยและย่านอุตสาหกรรม สัญลักษณ์ทางธรรมชาติ 2 แห่งของเมืองเกาสงคือ ภูเขาปะการัง ชูซัน และ พานพินซัน

ประวัติศาสตร์
เมืองเกาสง สร้างขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์หมิง และเติบโตขึ้นมาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ “ต๋า-เก๋า”  ซึ่งเป็นภาษาที่พูดกันของคนส่วนใหญ่ที่อพยพถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในยุคแรก  ชื่อของเมืองมีต้นกำเนิดจาก มาคาเตา ซึ่งเป็นชื่อของชนเผ่าท้องถิ่น  หมายถึง “ป่าไม้ไผ่” ในภาษาของชนเผ่าท้องถิ่น   ภายใต้การปกครองของ เจิ้งจิง ในปี 1664 เมืองนี้ถูกตั้งชื่อให้ว่า หว่าน เหนียน โจว ภายหลังจากที่มีการเปลี่ยนชื่อเมืองอีกครั้งเป็น ต๋า-เก๋า ในช่วงปลายทศวรรษ 1670 เมืองนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยผู้อพยพมาตั้งถิ่นฐานซึ่งมาจากจีนแผ่นดินใหญ่  ในปี 1684 ราชวงศ์ชิงมีชัยชนะได้ครอบครองไต้หวันและได้ตั้งชื่อเมืองใหม่เป็น มณฑลเฟิงซัน   ในปี 1863  เกาสงได้กลายเป็นเมืองท่าด้านพาณิชกรรม และต่อมาได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองท่าทางทะเลอย่างเป็นทางการหลังจากปี 1895

ในปี 1895 ไต้หวันถูกยกให้เป็นของญี่ปุ่นซึ่งเป็นข้อตกลงส่วนหนึ่งตามสนธิสัญญาชิโมโนเซกิ  ในช่วงนี้เองที่ชื่อของเมืองนี้ถูกเปลี่ยนจาก ต๋า-เก๋า  เป็น ทาคาโอะ (ในภาษาญี่ปุ่น)  แม้ว่าการออกเสียงจะใกล้เคียงกันก็ตาม  แต่ความหมายของตัวอักษรเดิมซึ่งหมายถึง “การตีสุนัข” นั้น ถูกแทนที่ด้วยความหมายที่ฟังดูดีกว่ามากคือ “วีรบุรุษผู้สูงส่ง”   ชาวญี่ปุ่นที่เคยยึดครองเกาสงได้พัฒนาเมืองให้เจริญก้าวหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือท่าเรือ  ภายหลังจากที่การปกครองไต้หวันถูกมอบกลับคืนแก่ประเทศจีนในปี 1945  ชื่อของเมืองที่เรียกกันอย่างเป็นทางการตามแบบอักษรภาษาโรมัน ได้กลายมาเป็น “เกาสง” (Kao-hsiung)

 

สถานที่ท่องเที่ยวในเมือง เกาสง

1. แม่น้ำแห่งความรัก  ( Love River )

แม่น้ำแห่งความรัก (Love River) หรือที่รู้จักกันในชื่อ แม่น้ำตาเกา (Ta Kau River)ในสมัยราชวงศ์ชิง  ถูกตั้งชื่อใหม่โดยชาวญี่ปุ่นเป็น แม่น้ำทาคาโอะ (Takao River) แม่น้ำสายนี้ยังถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คลองเกาสง (Kaohsiung Canal)  หลังจากที่ได้มีการบูรณะไต้หวันใหม่ ริมฝั่งแม่น้ำทั้งสองด้านก็ได้รับการปรับปรุงให้สวยงามด้วยความเขียวขจีของพืชพรรณไม้ต่าง ๆ และพัฒนาให้เป็นพื้นที่สวนสาธารณะตกแต่งด้วยแนวเสาหินที่ผูกคล้องกันด้วยเชือกโลหะ  สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ โรแมนติคสำหรับคู่รักต่าง ๆที่จะมานัดพบกัน ดังนั้นแม่น้ำนี้จึงมีชื่อเสียงเป็นแม่น้ำแห่งความรัก แม่น้ำสายนี้เคยเป็นแม่น้ำที่สกปรกและมีกลิ่นเหม็น

 


เนื่องจากภาวะมลพิษของท่อระบายน้ำเสียจากโรงงานอุตสหกรรมและบ้านเรือน และเคยถูกมองด้วยความประชดประชันว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่น่าเกลียดที่สุดของเกาสง  แต่หลังจากช่วงเวลาหลายปีของการควบคุมภาวะ มลพิษ แม่น้ำสายนี้ก็กลับคืนสู่สภาพที่สวยงามอีกครั้ง  บนริมฝั่งแม่น้ำทั้งสองด้าน สวนสาธารณะต่าง ๆ และพื้นที่สีเขียวหลาย แห่งได้รับการปรับปรุงพัฒนาและสร้างทางวิ่งสำหรับจักรยานเป็นระยะทางยาวมาก คนทั้งหลายสามารถมาเดินเที่ยวตามทางเดินริมฝั่งแม่น้ำพร้อมชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามและเพลิดเพลินกับการสัมผัสอย่างแผ่วเบาของสายลม

 

     
2. ตลาดกลางคืน หลิวโฮ  ( Liu Ho  Night Market )

นักท่องเที่ยวจะไม่สามารถพูดว่าได้มาเที่ยวเกาสง ถ้าพลาดการไปเที่ยวตลาดกลางคืนหลิวโฮ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนหลิวโฮ  ตลาด แห่งนี้ในเวลากลางวันจะเป็นถนนสายตรงที่มีรถวิ่งไปมา   แต่ช่วงเวลากลางคืนจะกลายเป็นตลาดกลางคืนที่มีสรรพสิ่งต่าง ๆ มากมาย  มีร้านค้าเล็ก ๆ ขายสินค้ามากกว่า 100 ร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ขายอาหารทานเล่นต่าง ๆ (Snacks) พร้อมทั้งมีสิ่งบันเทิงและเกมส์ต่าง ๆ ให้เล่นสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ   แต่สินค้าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายหรือของชำต่าง ๆ แทบจะไม่มีในตลาดแห่งนี้  มีร้านสเต็คเฮ้าส์จำนวนมากอยู่รอบ ๆ ตลาดขายสเต็คเนื้อวัวในราคาที่สมควร  ไม่ว่านักท่องเที่ยวอยากจะได้อะไร เช่น อาหารรสเลิศที่หลากหลาย  อาหารจานพิเศษ  เครื่องดื่ม ไอศกรีม และอาหารทะเล  ที่นี่ก็จะมีบริการให้ตามความประสงค์ ถ้าอยู่ในเมืองเกาสง นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดโอกาสที่จะชิมเครื่องดื่ม นมมะละกอ (Papaya Milk) และกุ้งอบเกลือ
 

 

 

   
3. เจดีย์มังกรและเสือ  ( Dragon and Tiger Pagodas )

ประมาณ 700 เมตร ไปทางทิศใต้ของศาลาฤดูใบไม้ผลิและศาลาฤดูใบไม้ร่วง (Spring and Autumn Pavilions) ซึ่งอยู่ในบริเวณทะเลสาบดอกบัว (Lotus Lake) เป็นที่ตั้งของเจดีย์มังกรและเสือ บริเวณปากมังกรจะเป็นทางเข้าสู่ภายในเจดีย์ และบริเวณปากเสือจะเป็นทางออก  การเดินเข้าไปทางปากของมังกร และเดินออกมาทางปากของเสือถือเป็นเสมือนการเปลี่ยนจากความโชคร้ายให้กลายเป็นความโชคดี  ภายในเจดีย์มีภาพวาดต่าง ๆ บรรยายถึงลูกหลานชาวเมือง 24 คนของจีนที่เป็นผู้มีความประพฤติอ่อนน้อมที่สุด  รวมทั้งภาพวาดและรูปปั้นเกี่ยวกับเรื่องราวของสวรรค์และนรก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ คนทำความดีต่าง ๆ ในช่วงที่มีชีวิตอยู่  และเพื่อเป็นการชี้ให้เห็นถึงตัวอย่างของผลกรรมสำหรับการทำความชั่ว
 

 

 

   
4. วัดขงจื๊อ  ( Confucius Temple )

วัดนี้เป็นสถาปัตยกรรมที่จำลองรูปแบบมาจากสถาปัตยกรรมทั่วไปในช่วงราชวงศ์ซุง  มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ และเป็น วัดในลัทธิขงจื๊อที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน  บริเวณด้านข้างของสะพานโค้งภายในวัดมีรูปปั้นนูนสูงทำด้วยโลหะสัมฤทฺธิ์ (bronze) ของขงจื๊อ ซึ่งเป็นนักปราชญ์ที่มีอิทธิพลที่สุดของจีน วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่จัดงานวันครูประจำปีโดยจัดในวันที่ 28 ก.ย. ของทุกปี เพื่อเป็นการฉลองรำลึกถึงวันเกิดของขงจื๊อด้วย
 

 

 

   
5. อ่าวซิจู  ( Hsitzu Bay )  ( ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ Taiwan Travel Network  CTIN )

เป็นอ่าวเล็ก ๆ อยู่ทางด้านตะวันตกของเมืองเกาสง  ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาวางชูและเกาะชิชิน  อ่าวซิจูเป็นหาดทรายที่มีแนว ปะการังสวยงามตามแนวชายฝั่งและต้นมะพร้าวสูงทำให้มีทิวทัศน ์งดงามราวกับดินแดนสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยว ในปี 1980มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยซุนยัดเซ็นที่มีชื่อเสียง ณ.ที่นี้ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไต้หวันที่มีทัศนียภาพอันโรแมนติคของมหาสมุทรอยู่ด้วย  สถานที่อื่น ๆ ที่น่าสนใจในบริเวณนี้คือ อุทยานริมชายฝั่งทะเล  อนุสรณ์สถานของ ประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาซึ่งเคยเป็นสถานกงสุลของอังกฤษก่อสร้างขึ้นใน สมัยราชวงศ์ชิง  อาคารหลังนี้ได้รับการบูรณะในปี 1985และต่อมาได้เปิดให้สาธารณชนเข้าเยี่ยมชมได้  ภายในอาคารเป็นสถานที่จัดแสดงเอกสารโบราณทางประวัติศาสตร์  ภาพแสดงเหตุการณ์ต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ของไต้หวัน  ภาพถ่ายต่าง ๆ แบบแปลนอาคาร  แผนที่ทางยุทธศาสตร์  วัตถุและสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ  และอื่น ๆ อีกมากมา
 

 

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม  website ของเรา  
ข้อมูลใหม่ล่าสุดจะมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง    กรุณามาเยี่ยมชมอีกครั้งในโอกาสต่อไป

 
 

ไต้หวัน โดยสังเขป l เมืองเกาส่ง โดยสังเขป l เกี่ยวกับAVC l คำเชิญชวนจากผู้นำ l โปรแกรม AVC lll l ลงทะเบียน/ที่พัก l สถานที่จัดงาน AVC lll l ประโยคและคำศัพท์ภาษาจีนกลาง l บทความ
 
 
 

ข้อมูล หรือรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
คุณลินดาร์ อนวัชการ

มูลนิธิเทียนฝอธรรมสถาน
138/90 อาคารจูเวลเลอรี่ เซ็นเตอร์ ชั้น 24 A ถนนนเรศ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
Tel. (02) 266-6901-6 Fax. (02) 266-6907 Website :www.tianfoor.com E-mail : thirdavc_taiwan@tianfoor.com

 
 
Web Link :   www.bgjd.org.tw
www.ivu.org